ปวดท้องข้างซ้าย อาการเล็ก ๆ ที่อาจจะเสี่ยงเป็นอาการหนักในอนาคต

64

ปวดท้องข้างซ้ายเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มีทั้งปวดหนัก ๆ ปวดจี๊ด ๆบางครั้งก็ปวดต่อเนื่องเป็นเวลานาน บางทีก็เป็น ๆ หาย ๆ มีทั้งปวดด้านบน และปวดด้านล่าง ซึ่งดูแล้วอาจจะไม่ใช่อาการที่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่หากเป็นต่อเนื่องไม่หายขาดสักทีก็อาจจะบ่งบอกว่าร่างกายกำลังมีปัญหาเกิดขึ้น

ปวดท้องข้างซ้าย

สาเหตุปวดท้องข้างซ้าย

การปวดท้องทางด้านซ้ายนั้นมีหลายสาเหตุ เพราะท้องด้านซ้ายมีอวัยวะภายในอยู่มากมายโดยจะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่ายของเหลว ไม่ว่าจะเป็น ม้าม, ไต, ท่อไต หากเป็นผู้หญิงก็จะมี ปีกมดลูกอยู่ด้วย  อาการปวดท้องที่เกิดขึ้นก็ต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าปวดแบบไหน เช่นปวดจี๊ด ๆ ปวดร้าว ปวดเคือง หรือปวดแบบที่นอนตะแคงไม่ได้ อาจจะมีอาการอื่น ๆ เพิ่มเติมเช่น ปวดหัว คลื่นไส้ มีไข้หนาวสั่น และมีอการตกขาวในผู้หญิง เป็นต้น

การสันนิษฐานเบื้องต้นหากปวดท้องด้านซ้าย

ปวดท้องด้านซ้ายส่วนบน – โรคตับอ่อนอักเสบ (ทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรัง), ลำไส้แปรปรวน, หัวใจขาดเลือด, กรดไหลย้อน, เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ, โรคม้ามโต

ปวดท้องด้านซ้ายส่วนล่าง –โรคงูสวัด, เกิดการอักเสบที่ถุงผนังลำไส้, ไส้เลื่อน, อาหารไม่ย่อย ในผู้หญิงอาจจะเป็นไปได้ว่าเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ถุงน้ำในรังไข่ ติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น

ปวดร้าวไปถึงหลัง – หากปวดท้องข้างซ้ายรู้สึกร้าวไปด้านหลัง หรือขา รู้ปวดเกร็ง มีความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วในไต

ปวดท้องทางด้านซ้าย จี๊ด ๆ – หากมีอาการแบบนี้ แล้วมีการปัสสาวะ หรือถ่ายกะปริดกะปรอย เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หากเป็นผู้หญิงอาจจะมาจากการเป็นประจำเดือน

ปวดแบบมีลมในท้อง – หากปวดบริเวณท้องน้อย หรือบริเวณใต้สะดือ ด้านซ้าย อาจจะมาจากลำไส้เล็กมีปัญหา หากเป็น ๆ หาย ๆ แบบเรื้อรังนอกจากลำไส้แล้ว อาจจะเกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะด้วย

ปวดจนเวียนหัว – หากปวดท้องทางด้านซ้ายจนรู้สึกเวียนหัวสามารถสันนิษฐานได้หลายโรคเช่น อาการแพ้อาหาร, อาการติดเชื้อในลำไส้ หากเป็นผู้หญิงอาจจะเกิดจากการแพ้ท้อง เป็นต้นหากปวดขึ้นมาอย่างเฉียบพลันควรรีบนั่งพัก ในที่โล่งหายใจสะดวก แล้วสังเกตอาการตัวเองหากรู้สึกปวดรุนแรงมากขึ้นควรรีบไปหาหมอ

ปวดท้องข้างซ้ายหากเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง ไม่ว่าจะปวดแบบไหนหากลองรักษาเบื้องต้นก็ยังไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูให้ละเอียด เพื่อที่จะได้รักษา และป้องกันได้ทันท่วงที ก่อนที่อนาคตจะมีโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาให้เจ็บหนักมากกว่าเดิม