โรคมือเท้าปาก โรคระบาดในเด็กที่สามารถ รักษา และป้องกันได้

51

ในช่วงฤดูฝน โรคมือเท้าปาก ถือเป็นโรคที่พ่อแม่ ผู้ปกครองควรต้องระวังลูกหลานเป็นพิเศษเพราะหากเป็นแล้วจะมีอาการที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย

โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก มีสาเหตุเกิดจากอะไร?

สาเหตุการเกิดมือเท้าปากเกิดจากไวรัสเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโร (EV71) และ คอกซากีไวรัส เอ16  มักจะระบาดในเด็กช่วงฤดูฝน ถึงแม้ผู้ใหญ่อาจจะติดเชื้อได้ แต่ส่วนใหญ่จะพบในเด็กโดยเด็กจะมีอาการที่รุนแรงมากว่า

ลักษณะอาการของ โรคมือเท้าปาก ในเด็ก

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีการฟักตัวประมาณ 3-7 วัน หลังจากนั้นเด็กจะเริ่มมีอาการเป็นไข้ (ประมาณ38-39 องศาเซลเซียส) เมื่อผ่านไป 1-2 วัน ก็จะมีอการอื่น ๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็นเจ็บคอ เบื่ออาหาร รู้สึกไม่มีแรง อ่อนเพลีย  มีตุ่มใส หรือตุ่มแดง ขึ้นตามลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แขน ขา

โรคมือเท้าปาก สามารถหายเองได้หรือไม่ ต้องใช้เวลากี่วันถึงจะหาย

โรคนี้หากเป็นแล้วสามารถหายเองได้ภายใน 10 วัน แต่อย่างไรก็ตามอาจจะใช้เวลารักษานานกว่านี้หากมีอาการรุนแรงโดยเฉพาะการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ EV71 และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ก้านสมองอักเสบ หัวใจอักเสบ ที่อาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ ซึ่งอาการที่บ่งบอกว่าเสี่ยงที่จะมีโรคแทรกซ้อนก็อย่างเช่น ไม่มีแรง ซึม มีไข้สูง เดินเซ อาเจียน หอบ กล้ามเนื้อกระตุก และอาการชัก หาสังเกตว่ามีอาการเหล่านี้ต้องรีบพาไปหาหมอให้เร็วที่สุด

การติดต่อของ โรคมือเท้าปาก

โรคนี้สามารถติดต่อผ่านสารคัดหลั่งทั้งโดยตรง และทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นของเล่น น้ำ อาหาร ซึ่งการติดต่อแบบนี้มักจะเจอในโรงเรียน

โดยโรคนี้หากเป็นแล้วสามารถจะเป็นได้อีก หากรับเชื้อต่างสายพันธุ์ เพราะภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังจากหายแล้ว จะไม่สามารถป้องกันไวรัสสายพันธุ์อื่นได้

วิธีรักษา และการป้องกัน

การรักษา โรคมือเท้าปาก แพทย์จะรักษาตามอาการ เช่นให้ยาแก้ไข้ ยาแก้ปวด ยารักษาแผลในปาก หรือให้ยาปฏิชีวนะหากจำเป็น หากมีอาการรุนแรงก็ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อและให้น้ำเกลือ และเฝ้าดูอาการ

การป้องกันก็ต้องสอนให้ลูกหมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยวิธีที่ถูกต้อง การสวมหน้ากากอนามัย ผู้ปกครองต้องใส่ใตความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ภาชนะต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารและน้ำดื่ม และหากพบว่าเด็กเป็น โรคมือเท้าปาก ก็ควรให้หยุดเรียนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

นอกจากการป้องกัน โรคมือเท้าปาก ด้วยตัวเองแล้วทางที่ดี ควรจะพาลูกไปฉีดวัคซีนโยเฉพาะเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ขวบ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อ ที่อาจจะพาไปสู่โรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ที่สำคัญหากพบว่าเด็กมีอาการผิดปกติ หรือสงสัยว่าติดเชื้อควรรีบพาไปหาหมอทันทีเพื่อทำการวินิจฉัย และรักษาจะดีที่สุด