เครื่องเป่าขนแมวดียังไง วิธีเลือกซื้อ

74

เครื่องเป่าขนแมวถือเป็นไอเทมสำคัญของเหล่าทาสแมวควรต้องมี เพราะการอาบน้ำให้น้องแมวที่ว่ายากแล้ว การทำขนให้แห้งยังยากยิ่งกว่า ซึ่งวิธีที่ใช้กันทั่วไปอย่างการ ใช้ไดร์เป่าผม หรือพัดลม อาจจะให้ผลดีแต่ก็ยุ่งยากในการจับแมวให้อยู่นิ่ง ๆ ตลอดเวลา และใช้เวลานานมากกว่าขนจะแห้ง ยิ่งเป็นแมวสาวยพันธุ์ที่ขนยาว ๆ อย่างเปอร์เซียอาจจะกินเวลาเป็นชั่วโมง อีกทั้งยังทำให้ขน และเชื้อโรคต่าง ๆ ฟุ้งกระจาย รวมไปถึงเสียงไดร์ที่ดังก็ยังทำให้แมวตกใจกลัวอีกด้วย

เครื่องเป่าขนแมว

เครื่องเป่าขนแมวอัตโนมัติ ที่มีลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยมจะช่วยประหยัดเวลา ช่วยกำเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานมีเสียงเบาไม่ต้องห่วงเรื่องแมวจะตกใจกลัว หรือผู้เลี้ยงจะรำคาญเสียง ยังช่วยจำกัดพื้นที่การฟุ้งกระจายของขนได้เป็นอย่างดี เพียงเอาแมวใส่ไว้ในตู้แล้วเปิดเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 30 – 45 นาที ลมภายในตู้ก็จะเป่าขนจนแห้งสนิท โดยไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องเสี่ยงโดนแมวข่วน และยังเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกด้วย

วิธีเลือกซื้อเครื่องเป่าขนแมว

ตู้เป่าขนแมวในท้องตลาดมีมากมาย หลายรุ่นให้เลือกใช้ ซึ่งหากใครไม่มีประสบการณ์ก็คงไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหน ดังนั้นมาดูแนวทางในการเลือกซื้อกัน

  1. ขนาด – ต้องใหญ่พอที่แมวของเราจะเข้าไปอยู่ได้โดยไม่อึดอัด ไม่ควรเลือกแบบที่พอดีตัว หรือแคบมากจนเกินไป จะทำให้น้องแมวอึดอัด และอยู่ได้ไม่นาน
  2. สามารถปรับอุณหภูมิได้หลายระดับ – เพราะเราจะได้ปรับความร้อนได้พอดี โดยบนตัวเครื่องต้องมีหน้าจอที่คอยบอกอุณหภูมิแบบ Real Time เพราะหากเครื่องขัดข้อง หรือมีปัญหาจะได้นำแมวออกจากเครื่องได้ทันท่วงที
  3. สามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้ – ฟังก์ชันนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่หากมีจะสะดวกมากขึ้น เพราะสามารถควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้ ไม่ต้องเสียเวลานั่งเฝ้า หรืออยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา
  4. วัสดุในการผลิตเครื่องเป่าขนแมว ถือเป็นอุปกรณ์ทำความร้อน วัสดุในการผลิตต้องทนความร้อนได้ดี แข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักของแมวได้
  5. เสียงต้องเงียบ – การที่เครื่องทำงานด้วยเสียงที่ดังจะทำให้แมวไม่ตกใจ หรือกลัว จนเข็ดไม่กล้าเข้าไปในครั้งต่อไป และยังทำให้คนในบ้านไม่รู้สึกรำคาญอีกด้วย
  6. มีกระจกใสและช่องระบายอากาศ – การมีกระจกที่ใสทำให้เรามองเห็นแมวได้ จะได้รู้ว่าปลอดภัยหรือไม่ และช่องระบายอากาศที่เพียงพอยังทำให้แมวหายใจสะดวกไม่อึดอัด
  7. มีการรับประกันสินค้า – การรับประกันสินค้าจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเมื่อเครื่องเกิดปัญหา จะสามารถส่งซ่อมหรือเคลมได้ จะได้มั่นใจว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมหากเครื่องเสีย

ทั้งหมดนี้คือข้อดี และวิธีเลือกซื้อเครื่องเป่าขนแมว ดังนั้นหากใครกำลังหาตัวช่วยที่สะดวก และประหยัดเวลายามที่ต้องเป่าขนน้อง ควรต้องหามาใช้ ซึ่งถือว่ามีประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว