มีดทำครัวเล่มแรกเลือกยังไง มือใหม่ควรมีอะไรบ้างและใช้ตอนไหน

3

ความจริงที่คนเพิ่งเข้าครัวไม่ค่อยอยากได้ยินคือ คุณไม่ได้ต้องการชุดมีด 6 เล่มตั้งแต่วันแรก คุณแค่ต้องการมีดที่จับแล้วไม่ฝืนมือ หั่นหัวหอมแล้วไม่ติดคมเป็นก้อน ซอยเนื้อแล้วไม่ต้องเกร็งข้อมือจนเมื่อย ถ้าซื้อผิด ต่อให้ใบมีดเงาแค่ไหน สุดท้ายมันก็กลายเป็นของวางโชว์ที่หยิบออกมาใช้ทีไรก็หงุดหงิดทุกที

มีดทำครัวเล่มแรกเลือกยังไง มือใหม่ควรมีอะไรบ้างและใช้ตอนไหน

ปัญหาของบทความหน้าแรกในกูเกิลคือชอบไล่ชื่อมีดเป็นสิบแบบ แต่ไม่ยอมบอกให้ชัดว่า มือใหม่ควรเริ่มจากกี่เล่ม และแต่ละเล่มต่างกันตรงไหนในงานจริง เวลาใช้งานครัวบ้าน เราไม่ได้แล่ปลาทูน่าทุกวัน ไม่ได้แต่งซี่โครงทุกเย็น สิ่งที่ต้องรู้จึงไม่ใช่ศัพท์หรูของมีด แต่คือมีดแบบไหนช่วยให้การเตรียมวัตถุดิบเร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และไม่ซื้อเกินความจำเป็น

คนส่วนใหญ่ซื้อมีดพลาดตรงไหน

จุดพังคือคนมักเลือกจากหน้าตา ราคา หรือคำว่า “อเนกประสงค์” บนกล่อง แล้วค่อยเอากลับมาลุ้นทีหลังว่ามันจะใช้ได้จริงไหม นี่แหละต้นเหตุของอาการหั่นมะเขือเทศแล้วเปลือกไม่ขาด สับกระเทียมแล้วใบมีดเด้ง หรือหั่นฟักทองทีต้องออกแรงจนเขียงลื่น

ซื้อเป็นชุดเพราะคิดว่าคุ้ม แต่มักได้ของที่ไม่ค่อยหยิบใช้

ในครัวบ้านทั่วไป มีดที่ถูกหยิบบ่อยจริงมักมีไม่กี่แบบ ที่เหลือซ้อนอยู่ในบล็อกมีดแล้วกินพื้นที่เฉยๆ ยิ่งมือใหม่ยิ่งสับสน เพราะมีดทรงคล้ายกันหลายเล่มจนแยกไม่ออกว่าจะใช้ตอนไหน สุดท้ายก็หยิบเล่มเดิมมั่วทุกงาน แล้วสงสัยว่าทำไมมันไม่คล่อง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณใช้มีดไม่เป็นอย่างเดียว แต่อยู่ที่หลายบ้านเริ่มต้นด้วยมีดผิดงาน ใช้มีดเล็กไปหั่นกะหล่ำทั้งหัวก็ช้า ใช้มีดใหญ่หนักไปปอกผลไม้ก็เสี่ยง ใช้มีดฟันหยักซอยสมุนไพรก็เละ

คนมักดูความคม แต่ลืมดู “ทรง” และ “สมดุล”

มีดคมไม่พอ ถ้ารูปทรงไม่เข้ากับงานก็ยังใช้งานลำบากอยู่ดี ใบมีดเชฟโค้งพอสำหรับการโยกสับบนเขียง มีดปอกสั้นและควบคุมปลายได้ง่าย มีดหั่นขนมปังใช้ฟันหยักเพราะต้องตัดผ่านผิวแข็งโดยไม่กดเนื้อด้านในจนแบน พอเข้าใจตรรกะนี้ การเลือกมีดจะไม่มั่วอีกต่อไป

รู้จักมีดทำครัวหลักๆ ก่อน แล้วค่อยตัดของที่ไม่จำเป็นทิ้ง

ถ้าพูดแบบตรงๆ มือใหม่ไม่ต้องรู้ทุกทรงบนโลก แค่รู้ 4 แบบหลักให้แม่น คุณก็ทำอาหารบ้านได้เกือบทั้งหมดแล้ว จากนั้นค่อยเพิ่มตามสไตล์การกินของตัวเอง

มีดเชฟ: เล่มหลักของครัว

ถ้าต้องมีแค่เล่มเดียว ให้เริ่มที่มีดเชฟ มันใช้หั่น ซอย สับ หั่นเนื้อ หั่นผัก และจัดการวัตถุดิบชิ้นใหญ่ได้ดี ใบมีดค่อนข้างกว้าง ทำให้ใช้โกยของจากเขียงลงหม้อได้ด้วย ขนาดที่คนทำครัวบ้านใช้กันบ่อยคือราว 7-8 นิ้ว เพราะบาลานซ์ระหว่างพลังตัดกับการควบคุมมือได้ดี

เล่มนี้เหมาะกับคนที่ทำอาหารบ่อยและต้องรับมือวัตถุดิบหลายแบบในแต่ละมื้อ ถ้าหยิบแล้วรู้สึกหนักหัวมีดเกินไป หรือด้ามบิดมือเวลาซอยเร็วๆ ให้ผ่านทันที ต่อให้รีวิวดีแค่ไหนก็ไม่ช่วย

มีดอเนกประสงค์หรือมีดเพ็ตตี้: ตัวกลางที่ใช้ง่าย

เล่มนี้อยู่ระหว่างมีดเชฟกับมีดปอก ขนาดคล่องกว่าเล่มใหญ่ แต่ยังพอหั่นเนื้อ ผลไม้ ผัก และงานจุกจิกบนเขียงได้ เหมาะกับคนมือเล็ก คนอยู่คอนโด หรือคนที่ไม่ชอบถือมีดเชฟนานๆ บางบ้านแทบใช้เล่มนี้บ่อยพอๆ กับมีดเชฟเลย

มีดปอก: งานเล็กต้องใช้เล่มเล็ก

ปอกแอปเปิล คว้านตาแครอท เด็ดส่วนช้ำของสตรอว์เบอร์รี หรือแต่งวัตถุดิบชิ้นเล็ก งานแบบนี้ใช้มีดเชฟแล้วเกะกะเกินไป มีดปอกจึงทำหน้าที่ได้ตรงกว่า เพราะใบมีดสั้น คุมปลายง่าย และข้อมือไม่ต้องรับน้ำหนักเยอะ

มีดหั่นขนมปัง: ไม่ได้มีไว้หั่นขนมปังอย่างเดียว

ฟันหยักของมันช่วยตัดผ่านผิวแข็งโดยไม่กดของด้านในจนเสียทรง นอกจากขนมปังแล้ว ยังเหมาะกับมะเขือเทศสุก เค้กเนื้อนุ่ม หรือผลไม้เปลือกแข็งเนื้อนิ่มบางชนิด ถ้าคุณกินขนมปังเป็นประจำ เล่มนี้คุ้มกว่าเอามีดเชฟไปกดเลื่อยจนขนมปังแบน

ส่วนมีดเฉพาะทางอย่างมีดแล่เนื้อ มีดเลาะกระดูก หรือมีดปังตอ ไม่ใช่ของจำเป็นสำหรับทุกบ้าน ซื้อเมื่อมีงานนั้นจริงจะดีกว่า

กรอบคิดที่ใช้ได้จริง: เลือกตาม “3 งาน 3 เช็ก”

ถ้ายังงงว่าเล่มไหนดี ลองตัดอารมณ์ออกก่อน แล้วใช้กรอบคิดนี้แทน มันง่ายกว่าไล่อ่านสเปกยาวๆ และช่วยให้คุณเห็นว่า มีดที่เหมาะ ไม่ได้แปลว่าแพงเสมอไป

งานที่ 1: คุณหั่นอะไรบ่อยที่สุด

เริ่มจากเมนูที่ทำจริงในหนึ่งสัปดาห์ ไม่ใช่เมนูในจินตนาการ ถ้าคุณทำกับข้าวไทย ผัด ต้ม ซอยผักบ่อย มีดเชฟหรือมีดอเนกประสงค์จะโดนใช้งานหนัก ถ้ากินผลไม้ทุกวัน มีดปอกจะสำคัญขึ้น ถ้าชอบแซนด์วิชหรือขนมปังเปลือกแข็ง มีดฟันหยักจะเริ่มมีบทบาท

นี่แหละแกนของ วิธีเลือกมีด ที่ไม่หลงทาง: ดูจากงานซ้ำๆ ในครัวของคุณก่อน แล้วค่อยดูชนิดมีด

เช็กที่ 2: จับแล้วสมดุลไหม

เวลาลองมีด ให้สังเกต 3 จุดพร้อมกันคือ ด้ามจับ น้ำหนัก และจุดถ่วง ถ้าจับแล้วต้องบีบแน่นผิดปกติ ด้ามลื่น หรือปลายมีดทิ่มลงเร็วเกินไป แปลว่าไม่เข้ามือ คุณควรถือแล้วรู้สึกคุมทิศทางได้ ไม่ใช่ต่อสู้กับมัน

ถ้าเป็นไปได้ เลือกด้ามที่ไม่อ้วนหรือผอมเกินมือ ผิวไม่ลื่นเมื่อเปียกนิดๆ และมีรอยต่อแน่นเรียบร้อย ใบมีดกับด้ามควรประกอบเนียน ไม่มีคมบาดนิ้วตามขอบโลหะ

เช็กที่ 3: คุณพร้อมดูแลมันแค่ไหน

มือใหม่มักพลาดตรงนี้ อยากได้มีดคมจัด แต่ไม่อยากเช็ด ไม่อยากลับ ไม่อยากดูเรื่องสนิม ถ้าคุณเป็นสายใช้งานบ้านทั่วไป มีดสเตนเลสหรือสเตนเลสผสมมักดูแลง่ายกว่าเหล็กคาร์บอน เพราะทนความชื้นและคราบได้ดีกว่า ส่วนมีดคาร์บอนคมดีและลับง่าย แต่ต้องเช็ดแห้งไวและดูแลมากกว่า

ซื้อมีดให้ตรงนิสัยการดูแล สำคัญกว่าซื้อมีดที่คนอื่นชมว่าคม เพราะมีดดีที่ถูกปล่อยทื่อ ก็ไร้ประโยชน์พอๆ กับมีดถูกๆ ที่ไม่เคยลับ

รายละเอียดที่มือใหม่ควรดูตอนเลือกซื้อ

พอรู้ประเภทแล้ว ขั้นต่อไปคือดูรายละเอียดเล็กๆ ที่มีผลกับการใช้งานจริง จุดพวกนี้ไม่ค่อยถูกอธิบายชัด แต่เวลาใช้ทุกวัน คุณจะรู้เลยว่ามันต่าง

ขนาดใบมีด

มีดเชฟ 7-8 นิ้วมักเป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยสำหรับครัวบ้าน เพราะยาวพอหั่นวัตถุดิบชิ้นกลางถึงใหญ่ แต่ยังคุมง่าย ถ้ามือเล็กมากหรือพื้นที่เขียงแคบ มีดอเนกประสงค์ขนาด 5-6 นิ้วอาจคล่องกว่า อย่าเลือกจากภาพอย่างเดียว ถ้าใบมีดยาวเกินเขียงหรือพื้นที่เคาน์เตอร์ คุณจะใช้งานอึดอัดทันที

ความหนาและรูปทรงใบมีด

ใบมีดบางมักให้ฟีลตัดลื่นกับผักและงานซอย ส่วนใบมีดหนากว่าจะให้ความมั่นคงมากกว่าในงานหนัก แต่ก็อาจรู้สึกหน่วงกับของนิ่ม มีดทรงซันโตกุเหมาะกับคนที่ชอบหั่นตรงและชิ้นผัก ส่วนมีดเชฟทรงยุโรปเหมาะกับการโยกสับบนเขียง เลือกทรงให้เข้าจังหวะมือคุณ ไม่ต้องวิ่งตามกระแส

ความคมและการลับ

มีดคมปลอดภัยกว่ามีดทื่อ เพราะใช้แรงกดน้อยกว่าและมีโอกาสลื่นน้อยกว่า แต่ความคมจะอยู่ไม่นานถ้าใช้งานกับเขียงแข็งเกินไป ล้างแล้วกองทิ้งในอ่าง หรือเอาไปกระแทกกับช้อนส้อม ถ้าคิดจะซื้อมีดดี ควรเตรียมใจเรื่องการลับมีดหรืออย่างน้อยการใช้เหล็กลับคมเป็นระยะด้วย

ถ้าจะซื้อแค่ชุดเริ่มต้น เลือกแบบนี้พอ

สำหรับคนเริ่มทำอาหารบ้าน ชุดที่ใช้งานได้จริงและไม่บานปลายมีประมาณนี้

  • มีดเชฟ 1 เล่ม สำหรับงานหลักเกือบทั้งหมด
  • มีดปอก 1 เล่ม สำหรับงานละเอียดและผลไม้
  • มีดหั่นขนมปัง 1 เล่ม ถ้าบ้านคุณกินขนมปังหรือชอบหั่นของผิวแข็งเนื้อนุ่ม

ถ้างบยังไม่มาก เริ่มจากมีดเชฟกับมีดปอกก่อนก็ได้ แล้วใช้ไปสักพัก คุณจะเห็นเองว่าตัวเองติดงานแบบไหนค่อยเติมเล่มที่สาม การซื้อแบบนี้ฉลาดกว่าซื้อครบทุกทรงตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าหยิบใช้อะไรจริง

ก่อนจ่ายเงิน ให้ถามตัวเองแค่สามข้อ: ฉันทำเมนูอะไรบ่อยที่สุด มือฉันรับน้ำหนักแบบนี้ไหวไหม และฉันจะดูแลมีดเล่มนี้จริงหรือเปล่า ถ้าตอบได้ คุณไม่ต้องเดาอีกแล้วว่าจะซื้อเล่มไหน หลังจากนี้ลองไปจับมีดจริงสักสองสามแบบ แล้วสังเกตว่ามือคุณเลือกอะไรเองบ้าง เพราะสุดท้ายมีดที่ดีไม่ใช่เล่มที่คนอื่นบอกว่าดี แต่คือเล่มที่ทำให้คุณอยากเข้าครัวอีกครั้ง คุณกำลังจะซื้อมีดมาใช้งาน หรือซื้อมาเก็บให้ฝุ่นจับกันแน่?